“ไม่รู้” ไม่ใช่ข้ออ้าง! เป็นสถาปนิกคุมงาน… เซ็นแล้วต้องรับผิดชอบ 🏗️
มีใครเคยได้ยินประโยคประมาณว่า “งานโครงสร้างยังไม่เสร็จเลย จะให้สถาปนิกเข้าไปดูอะไร?” หรือ “ยังไม่ถึงขั้นตอนงานสถาปัตย์ เลยไม่ได้เข้าไปตรวจ“ บ้างไหมครับ?
บอกเลยว่าถ้าเป็น สถาปนิกที่ลงนามเป็นผู้ควบคุมงาน

คำพูดพวกนี้ใช้เป็นข้ออ้างไม่ได้เด็ดขาดครับ! เพราะในทางกฎหมายและวิชาชีพ ทันทีที่คุณเซ็นชื่อลงไป ความรับผิดชอบมันเริ่มตั้งแต่วันแรกที่วางผัง จนถึงวันที่สร้างเสร็จสมบูรณ์เลยทีเดียว
📍 หน้าที่ผู้ควบคุมงาน ต้องดูอะไรบ้าง?
หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าสถาปนิกมีหน้าที่ดูแค่งานความสวยงาม เลือกสี เลือกกระเบื้อง หรือตรวจงานบิวท์อิน แต่จริงๆ แล้ว งานของผู้ควบคุมงานตามกฎหมายครอบคลุมมากกว่านั้นเยอะครับ:
- คุมให้เป๊ะตามแบบที่ขออนุญาต:

- งานที่สร้างต้องตรงตามแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาตไว้กับเจ้าพนักงานท้องถิ่น
- เริ่มตั้งแต่ตั้งไข่ (ขึงเอ็นตีผัง): การวางผังบริเวณสถานที่ก่อสร้าง

- เป็นขั้นตอนสำคัญแรกๆ ที่สถาปนิกต้องดูแล เพื่อให้ระยะร่น แนวอาคาร และตำแหน่งถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรมและกฎหมาย
- เฝ้าดูทุกระยะ: ไม่ว่าจะอยู่ช่วงทำฐานราก เทเสา หล่อบีม

- หรือขึ้นโครงสร้าง สถาปนิกจะอ้างว่า “ยังไม่ถึงงานตัวเอง“ เพื่อปฏิเสธการเข้าควบคุมงานไม่ได้เลย
⚠️ ปล่อยปละละเลย… เสี่ยงโดนพักใบอนุญาต!
การเซ็นชื่อทิ้งไว้แล้วไม่เคยเข้าไปดูแลสถานที่ก่อสร้างจริง ไม่ใช่แค่เรื่องของความล่าช้าหรือการทำงานผิดสเปกเท่านั้น แต่มันมีผลทางกฎหมายวิชาชีพโดยตรง
หากปล่อยปละละเลยหรือไม่เข้าควบคุมงานตามหน้าที่ อาจเข้าข่ายผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ และเสี่ยงต่อการถูก สั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ(ตามข้อ8ของข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. 2558)
💡 สรุปให้ฟังง่ายๆ
การลงนามเป็นผู้ควบคุมงาน ไม่ใช่แค่การเซ็นเอกสารเพื่อให้ผ่านขั้นตอนทางราชการ แต่มันคือ การรับประกันความถูกต้องและความปลอดภัย ของอาคารหลังนั้น
ดังนั้น ไม่ว่าโครงการจะอยู่ในเฟสไหน โครงสร้างจะเพิ่งเริ่ม หรือสถาปัตย์จะยังไม่เข้า คำว่า “ไม่รู้“ หรือ “ยังไม่ถึงงานผม“ จึงไม่ใช่ข้ออ้าง ในเมื่อเซ็นชื่อไปแล้ว ก็ต้องลุย ตรวจสอบ และรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และเพื่อเซฟตัวเราเองในฐานะสถาปนิกมืออาชีพด้วยครับ! 💪✨


